Breaking News
Home / Auto & Motor / โครงการ “Project Qatar Mobility” เตรียมเปิดตัวรถโดยสารไร้คนขับ พลิกโฉมระบบขนส่งสาธารณะทั่วโดฮาในปี 2022

โครงการ “Project Qatar Mobility” เตรียมเปิดตัวรถโดยสารไร้คนขับ พลิกโฉมระบบขนส่งสาธารณะทั่วโดฮาในปี 2022

VW QIA signing ceremony

ในการประชุม Doha Forum ที่ประเทศกาตาร์ในวันนี้ (14 ธ.ค.) Sheikh Mohamed bin Abdulrahman al-Thani รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีกระทรวงการต่างประเทศของกาตาร์ เป็นสักขีพยานการลงนามความร่วมมือระหว่างตัวแทนจาก Volkswagen AG กับ Qatar Investment Authority  ในโครงการ “Project Qatar Mobility” โดยมีรัฐมนตรี ผู้ทรงเกียรติ รวมถึงผู้แทนระดับสูงจากกาตาร์และเยอรมนีร่วมเป็นสักขีพยานด้วย

นับเป็นครั้งแรกที่รถโดยสารพลังงานไฟฟ้าแบบไร้คนขับ Level 4 จะเข้ามาเปิดศักราชใหม่ของการเดินทางในเมืองหลวงของกาตาร์ในปี 2022 หลังจากที่ผู้แทนของทั้งสองฝ่ายได้ลงนามความร่วมมือในโครงการนี้ เป้าหมายของโครงการคือการพัฒนาระบบขนส่งอัตโนมัติและพลิกโฉมอนาคตของการเดินทางในเมืองให้มีความยั่งยืน ด้วยการนำรถบัสและรถโดยสารขับเคลื่อนด้วยระบบอัตโนมัติมาใช้ในเชิงพาณิชย์ในปี 2022 เป็นต้นไป

เนื่องจากความร่วมมือข้ามแบรนด์เป็นส่วนสำคัญของยานยนต์ขับเคลื่อนอัตโนมัติแห่งอนาคต Volkswagen Commercial Vehicles, Scania, MOIA และ AID-Autonomous Intelligent Driving จะรับบทบาทสำคัญในโครงการนี้ และในระหว่างมหกรรมฟุตบอลโลก 2022 กาตาร์จะเป็นประเทศแรกในโลกที่ใช้ระบบขนส่งสาธารณะขับเคลื่อนอัตโนมัติด้วยพลังงานไฟฟ้าและปล่อยมลพิษเป็นศูนย์

โครงการนี้สะท้อนถึงความมุ่งมั่นของทั้งสองฝ่ายในด้านเทคโนโลยีอัจฉริยะและการขนส่งที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม QIA และ Volkswagen จะร่วมกันพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานและระบบดิจิทัลที่จำเป็น เพื่อบูรณาการยานพาหนะแบบไร้คนขับเข้ากับเครือข่ายขนส่งสาธารณะที่มีอยู่เดิมในโดฮา

โดย ID. BUZZ AD รถโดยสารขับเคลื่อนอัตโนมัติด้วยพลังงานไฟฟ้าของ Volkswagen Commercial Vehicles จะรับส่งผู้โดยสารสูงสุด 4 คนในย่านเวสต์เบย์ในรูปแบบกึ่งประจำทาง ส่วนรถบัสสุดไฮเทคของ Scania จะรองรับผู้โดยสารได้มากกว่า

ทั้งนี้ AID และ MOIA ซึ่งเป็นแบรนด์ในเครือ Volkswagen Group จะสนับสนุนระบบไร้คนขับและแอปที่จำเป็นในการให้บริการ นับเป็นครั้งแรกที่ 4 แบรนด์ในเครือ Volkswagen Group ทำงานร่วมกันในโครงการเกี่ยวกับการเดินทางในเมืองในลักษณะนี้

VW MICROVAN EXTERIOR

โครงการดังกล่าวจะสร้างระบบนิเวศแบบองค์รวมเพื่อรองรับยานยนต์ขับเคลื่อนอัตโนมัติ ซึ่งรวมถึงการสร้างกรอบกฎหมายที่เหมาะสม การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานเมืองอัจฉริยะ และการส่งผ่านองค์ความรู้ ซึ่งสามารถใช้เป็นแม่แบบในการพลิกโฉมการเดินทางในเมืองทั้งในกาตาร์และประเทศอื่น ๆ

สำหรับการทดสอบรถโดยสารและรถบัสแบบปิดคาดว่าจะเริ่มในปี 2020 และการทดลองจะเริ่มอย่างเร็วสุดในปี 2021 จากนั้นจะให้บริการจริงในปี 2022 ซึ่งจะแสดงถึงความสำเร็จของยานยนต์ขับเคลื่อนอัตโนมัติแห่งอนาคต

Dr. Herbert Diess ประธานของ Volkswagen กล่าวว่า “Project Qatar Mobility จะมีบทบาทสำคัญอย่างยิ่งภายใต้ยุทธศาสตร์ Strategy Together 2025+ ของเรา การรับมือกับความท้าทายด้านการเติบโตทางเศรษฐกิจ การพัฒนาสังคม และการบริหารจัดการสิ่งแวดล้อม เป็นส่วนหนึ่งของวิสัยทัศน์ของเรา และสะท้อนถึงความมุ่งมั่นของเราในการลงทุนพัฒนาการเดินทางยุคใหม่ เราจะเรียนรู้จากโลกแห่งความเป็นจริงและใช้โครงการนี้เป็นรากฐานสำหรับคนรุ่นหลังในอนาคต”

Volkswagen Commercial Vehicles  ในเครือ Volkswagen Group มีหน้าที่รับผิดชอบธุรกิจ Autonomous Driving, Mobility as a Service และ Transport as a Service โดยมีการเตรียมการให้บริการในเชิงพาณิชย์ และในอนาคตจะพัฒนาและผลิตยานพาหนะเฉพาะกิจ  อย่างรถแท็กซี่และรถแวนไร้คนขับ 

VW MICROVAN INTERIOR

Dr. Thomas Sedran ประธานกรรมการบริษัท Volkswagen Commercial Vehicles  กล่าวถึงเป้าหมายของโครงการนี้ว่า “การใช้เทคโนโลยีแห่งอนาคตอย่างระบบขับเคลื่อนอัตโนมัติที่กำลังพัฒนาโดย AID รวมถึงแอป ride pooling ของ MOIA สำหรับเรียกรถผ่านแอป ถือเป็นจุดเริ่มต้นของการเดินทางในเมืองแห่งอนาคต การเดินทางที่ปราศจากก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ ผสานกับเทคโนโลยีระบบไร้คนขับเพื่อประสิทธิภาพและความปลอดภัยสูงสุด

วิธีนี้ช่วยให้เราสามารถขับเคลื่อนสังคมด้วยการเดินทางที่สะอาด ชาญฉลาด และยั่งยืน ทั้งนี้ Volkswagen Commercial Vehicles  กำลังก้าวขึ้นเป็นผู้ให้บริการด้านการเดินทางแบบบูรณาการ และระบบขับเคลื่อนอัตโนมัติก็เป็นกุญแจสำคัญในการพลิกโฉมธุรกิจหลักของเรา”  

Henrik Henriksson ประธานและซีอีโอของ Scania กล่าวว่า “เป้าหมายของ Scania คือการเปลี่ยนผ่านไปสู่การเดินทางที่ยั่งยืน ในอีกไม่กี่ปีข้างหน้า ความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีและโครงส้รางพื้นฐานของยานยนต์อัตโนมัติและยานยนต์ไฟฟ้าจะเป็นปัจจัยสำคัญในการสร้างความเปลี่ยนแปลง ในส่วนของการเดินทางของประชาชนนั้น การแชร์รถกันมากขึ้นถือว่ามีความสำคัญ และยานยนต์อัตโนมัติที่ทันสมัยจะช่วยให้การแชร์รถมีความยืดหยุ่นมากขึ้น เรารู้สึกตื่นเต้นที่ได้มีส่วนร่วมในโครงการอันทันสมัยในกาตาร์”

Mr. Mansoor Al Mahmoud ซีอีโอของ QIA กล่าวว่า “เพื่อความก้าวหน้าของเมืองต่าง ๆ เราจำเป็นต้องอาศัยนวัตกรรมใหม่ ๆ โดยเทคโนโลยีการขนส่ง AI ที่ปราศจากมลพิษจะช่วยพัฒนาการเดินทางในเมือง แก้ปัญหารถติด และเพิ่มประสิทธิภาพการใช้พลังงาน”

เขากล่าวเสริมว่า “เรารู้สึกภูมิใจที่ QIA ได้สร้างความร่วมมือกับ Volkswagen เพื่อสร้างความเชื่อมั่นว่ากาตาร์จะเป็นผู้นำด้านเทคโนโลยีใหม่เหล่านี้ การพัฒนาโซลูชันการขนส่งอัจฉริยะจะช่วยพลิกโฉมอนาคตของการเดินทางในเมือง ทั้งในประเทศกาตาร์และทั่วโลก”

กลยุทธ์การลงทุนของ QIA เน้นไปที่การสร้างผลตอบแทนอย่างมั่นคงและยั่งยืน โดยความสามารถของ QIA ในการแสวงหาคุณค่าระยะยาวในบรรดาบริษัทชั้นนำระดับโลกถือเป็นกลไกสำคัญที่ขับเคลื่อนความสำเร็จ ด้วยเหตุนี้ QIA จึงรักษาความสัมพันธ์อย่างใกล้ชิดกับบริษัทต่าง ๆ และทุ่มลงทุนตามวิสัยทัศน์ของบริษัทเหล่านี้

โดย QIA เป็นนักลงทุนระยะยาวใน Volkswagen Group และมีตัวแทนสองท่านอยู่ในคณะกรรมการกำกับดูแลของ Volkswagen นอกจากนั้นยังเดินหน้าสนับสนุนการเติบโตของ Volkswagen ซึ่งรวมถึงการขยายธุรกิจและความเป็นผู้นำด้านยานยนต์ไฟฟ้า

Check Also

สิริ เวนเจอร์ส เผย! ยานยนต์ขับขี่อัตโนมัติ ยกระดับนวัตกรรมเพื่อการอยู่อาศัย

ครั้งแรกในไทย! กับเดโม่ “ยานยนต์ขับขี่อัตโนมัติ” (Autonomous Vehicle) จากการผนึกกำลังของ สวทช. และวศ.อว. ในการติดตั้งเทคโนโลยีควบคุมการขับเคลื่อน ผสานกับแอพพลิเคชั่นเรียกใช้บริการยานยนต์ขับขี่อัตโนมัติที่พัฒนาขึ้นโดยสิริ เวนเจอร์ส

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *