Breaking News
Home / Life / “ไมโลส่งเสริมทักษะกีฬาในโรงเรียน” ตั้งเป้าสนับสนุนนักเรียน 2.9 ล้านคนออกกำลังกาย 1.5 ล้านนาที ในปีนี้ 

“ไมโลส่งเสริมทักษะกีฬาในโรงเรียน” ตั้งเป้าสนับสนุนนักเรียน 2.9 ล้านคนออกกำลังกาย 1.5 ล้านนาที ในปีนี้ 

ไมโล ผนึกกำลัง สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) กระทรวงศึกษาธิการ เดินหน้าสานต่อโครงการ “ไมโลส่งเสริมทักษะกีฬาในโรงเรียน” (MILO School Sport Program) โครงการส่งเสริมการออกกำลังกายให้กับเด็กนักเรียนทั่วประเทศที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทยและดำเนินโครงการอย่างต่อเนื่องมาเป็นเวลากว่า 51 ปี

โดยในปี 2567 นี้ ทั้งไมโลและ สพฐ. ตั้งเป้าหมายส่งเสริมเด็กไทยกว่า 2.9 ล้านคน ให้ออกกำลังกายมากกว่า 1.5 ล้านนาทีต่อปี เพื่อตอบโจทย์แนวคิดเรื่องกีฬาอันเป็นปัจจัยเสริมสร้างพัฒนาการเด็กวัยเรียนช่วงอายุ 7-12 ปีให้เติบโตได้อย่างสมบูรณ์ เพราะไม่เพียงแต่เสริมสร้างความแข็งแรงให้กับร่างกาย แต่ยังช่วยพัฒนาจิตใจและทักษะการใช้ชีวิตในสังคมอย่างรอบด้าน

คุณไชยงค์ สกุลบริรักษ์ ผู้อำนวยการบริหารธุรกิจผลิตภัณฑ์นมและโภชนาการ บริษัท เนสท์เล่ (ไทย) จำกัด กล่าวถึงโครงการไมโลส่งเสริมทักษะกีฬาในโรงเรียน (MILO School Sport Program) ว่า “ผลิตภัณฑ์เครื่องดื่มไมโล ถือคติว่า กีฬาคือครูชีวิต (Sport is a Great Teacher) จึงได้มีการจัดตั้งโครงการ “ส่งเสริมทักษะกีฬาในโรงเรียน” ซึ่งปัจจุบันได้ดำเนินการและส่งเสริมให้เด็กไทยออกกำลังกายและเล่นกีฬาก้าวเข้าสู่ปีที่51 แล้ว และยิ่งไปกว่านั้นไมโลได้ร่วมมือกับพันธมิตรสำคัญอย่างสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) กระทรวงศึกษาธิการ ที่ช่วยให้เราสามารถเข้าถึงโรงเรียนต่าง ๆ ได้ไม่น้อยกว่า 2,450 โรงเรียนทั่วประเทศต่อปีการศึกษาและสามารถส่งเสริมให้นักเรียนไทยได้ออกกำลังกายมากถึง 2.8 ล้านคน นับเป็นเวลารวมกว่า 1.4 ล้านนาทีต่อปีอย่างที่ไมโลตั้งใจไว้ โดยการร่วมมือกับ สพฐ. ในครั้งนี้ได้ก้าวเข้าสู่ปีที่ 10 แล้ว และทางเราเชื่อมั่นว่าการร่วมมือกับ สพฐ. ในปีนี้ จะสามารถบรรลุเป้าหมายที่ตั้งใจเข้าถึงนักเรียนไทยได้กว่า 2.9 ล้านคน เพื่อส่งเสริมให้นักเรียนไทยออกกำลังกายรวมกว่า 1.5 ล้านนาที ช่วยให้เด็กไทยเติบโตและประสบความสำเร็จอย่างรอบด้านด้วยทักษะพื้นฐานที่เริ่มต้นง่าย ๆ ด้วยกีฬา ดั่งที่ไมโลเชื่อมั่นในกีฬาและการออกกำลังกายมาโดยตลอด”

ว่าที่ร้อยตรี ธนุ วงษ์จินดา เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน กล่าวเสริมว่า “สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) ต้องขอบคุณไมโลประเทศไทยที่ร่วมดำเนินโครงการนี้ร่วมกับสพฐ. มาเป็นปีที่ 10 แล้ว ด้วยความตั้งใจที่อยากให้นักเรียนได้ออกกำลังกายและดูแลสุขภาพ ซึ่งเป็นไปตามนโยบายของกระทรวงศึกษาธิการที่ว่า ‘เรียนดี มีความสุข’ โดยมีพื้นฐานจากการมีสุขภาพที่ดี และไมโลประเทศไทยได้ให้การสนับสนุนด้านสุขภาพอย่างเต็มที่ผ่านโครงการไมโลส่งเสริมทักษะกีฬาในโรงเรียน อีกทั้งไมโลประเทศไทยยังมีแนวคิด ‘กีฬาคือครูชีวิต’ ที่ตอบโจทย์นโยบายของกระทรวงศึกษาธิการที่ต้องการให้นักเรียนได้เติบโตสมวัยผ่านการเรียนรู้อย่างรอบด้าน ไม่เพียงแค่ความรู้ในห้องเรียน และยังรวมถึงด้านสุขภาพร่างกาย อารมณ์ สังคม และสติปัญญาควบคู่กันไป”

โดยแนวทางการดำเนินงานโครงการไมโลส่งเสริมทักษะกีฬาในโรงเรียน ในปี 2567 นี้ มุ่งเน้นไปที่การส่งเสริมให้นักเรียนได้ออกกำลังกายอย่างน้อย 30 นาที ซึ่งเป็นระยะเวลาการออกกำลังกายที่มีประสิทธิภาพและเกิดประโยชน์ต่อร่างกาย ผ่านกิจกรรมสนุกสนานและส่งเสริมการใช้กล้ามเนื้อทั่วทั้งร่างกายอย่างครบถ้วน ได้แก่ “เด็กไทยสุขภาพดีแอโรบิก ฟิตแอนด์เฟิร์ม” กิจกรรมอบอุ่นร่างกายก่อนออกกำลังกายผ่านบทเพลงที่สอนเรื่องโภชนาการ เพื่อให้เด็ก ๆ ได้ขยับร่างกายไปพร้อมกับเรียนรู้เรื่องอาหารที่ดีต่อสุขภาพ ตามมาด้วย“คีตะมวยไทย” ที่นำศิลปะมวยไทยมาประยุกต์ใช้เป็นกิจกรรมออกกำลังกายให้เด็กๆ ได้เรียนรู้ทักษะป้องกันตัวพร้อมฝึกการใช้กล้ามเนื้อทุกส่วนของร่างกาย เพื่อร่างกายที่แข็งแรงสมบูรณ์ และปิดท้ายด้วยการแจกผลิตภัณฑ์เครื่องดื่มไมโลสูตรพิเศษอย่าง ‘ไมโลรถโรงเรียน’ เครื่องดื่มช็อกโกแลตมอลต์ในรสชาติโปรดของใครหลายคนที่ผสานคุณประโยชน์จาก นม มอลต์ โกโก้ และวิตามินจากธัญพืชเต็มเมล็ดทั้งวิตามินบีรวม ธาตุเหล็ก และแคลเซียม อีกทั้งยังให้มอบพลังงานและโปรตีนที่ร่างกายต้องการได้อย่างดี ช่วยเติมพลังให้เด็ก ๆ  มีแรงพร้อมที่จะลุยกับกิจกรรมต่าง ๆ ได้อย่างเต็มที่ เสริมสร้างสุขภาพที่ดีอย่างรอบด้านให้แก่เด็กนักเรียนไทย

Check Also

ETDA เผยศูนย์ 1212 พบคนร้องเรียนครึ่งปีแรกกว่าหมื่นเคส“หลอกซื้อขายออนไลน์- เว็บผิดกฎหมาย-แก๊ง Call Center ระบาดครองแชมป์

 สำนักงานพัฒนาธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ (สพธอ.) หรือ ETDA (เอ็ตด้า) เปิดตัวเลขการร้องเรียนปัญหาออนไลน์ของศูนย์ช่วยเหลือและจัดการปัญหาออนไลน์ หรือศูนย์ 1212 ETDA ครึ่งปีแรก  ม.ค.- พ.ค. 2567 พบปัญหาร้องเรียนออนไลน์แล้ว 11,629 เรื่อง ลดลงมากกว่าครึ่งหากเทียบกับปี 2566  โดยปัญหาซื้อขายออนไลน์ยังคงครองแชมป์พบมากที่สุด รองลงมาคือปัญหาเว็บไซต์ผิดกฎหมาย เร่งเดินหน้าแก้ปัญหาผ่านกลไกกฎหมาย DPS ออกคู่มือคุมเข้ม ‘โฆษณาออนไลน์หลอกลวง - เว็บผิดกฏหมาย’ พร้อม ‘สร้างภูมิคนไทยรู้ทัน’ ทั่วทุกภูมิภาค