Breaking News
Home / Business & Marketing / องค์กรไทยประสบความสำเร็จในระดับนานาชาติ ได้รับรางวัลอันทรงเกียรติ ASOCIO 2023 ICT Awards

องค์กรไทยประสบความสำเร็จในระดับนานาชาติ ได้รับรางวัลอันทรงเกียรติ ASOCIO 2023 ICT Awards

 ATCI (The Association of Thai ICT Industry) เป็นสมาคมผู้ประกอบการด้าน ICT ของไทย ก่อตั้งขึ้นในปี 1989 โดยมีวัตถุประสงค์ที่จะเป็นตัวแทนของภาคอุตสาหกรรมในการขับเคลื่อนให้เกิดการนำเทคโนโลยี ICT และ Digital มาใช้ในการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมของประเทศ

ในช่วงเวลา 30 กว่าปีที่ผ่านมา ATCI ได้ดำเนินกิจกรรมต่างๆ ที่เป็นประโยชน์ต่อการพัฒนาภาคอุตสาหกรรม ICT ของไทย เช่นการผลักดันให้เกิดนโยบายและแผนพัฒนาด้าน ICT ของประเทศ  การปรับปรุงกฏหมาย มาตรการภาษี และมาตรฐานด้าน ICT  การร่วมมือกับสถาบันการศึกษาในการพัฒนาความรู้และทักษะด้าน IT และ Digital ให้กับบุคลากรในภาคอุตสาหกรรมและบริการ การส่งเสริมอุตสาหกรรม ICT โดยเฉพาะ SME ของไทยให้เติบโตและแข่งขันได้ในภูมิภาค รวมทั้งการเข้าร่วมเป็นสมาชิกและประสานความร่วมมือกับองค์กรด้าน ICT ระหว่างประเทศ เช่น ASOCIO  WITSA และ APICTA เป็นต้น

สมาพันธ์ ASOCIO (Asian Oceanian Computing Industry Organization) เป็นองค์กรนานาชาติ ประกอบด้วยสมาคมอุตสาหกรรมคอมพิวเตอร์และบริการแห่งภาคพื้นเอเชีย-โอเชียเนีย ซึ่งเป็นตัวแทนของผู้ประกอบการด้าน ICT จาก 24 เขตเศรษฐกิจ (ประเทศ) ทั่วเอเชียแปซิฟิก  จาก ออสเตรเลีย ประเทศไทย บังคลาเทศ ภูฏาน เนปาล มาเก๊า ไต้หวัน ศรีลังกา เกาหลี อินโดนีเซีย ฟิลิปปินส์ กัมพูชา บรูไน ฮ่องกง ญี่ปุ่น สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว เมียนมาร์ มองโกเลีย อินเดีย นิวซีแลนด์ ปากีสถาน มาเลเซีย สิงคโปร์ และเวียดนาม ASOCIO ก่อตั้งขึ้นในกรุงโตเกียวประเทศญี่ปุ่นในปี 1984 เป็นองค์กรการค้า ICT ระหว่างประเทศที่ทรงเกียรติและมีบทบาททางการค้าที่สำคัญในภูมิภาคเอเชีย-โอเชียเนีย  ASOCIO ประกอบไปด้วยบริษัท ICT ชั้นนำในภูมิภาคมากกว่า 10,000 บริษัท มียอดรายได้ต่อปีรวมกันมากกว่า 350 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ  วัตถุประสงค์ของ ASOCIO คือการสนับสนุนและสร้างความสัมพันธ์ทางธุรกิจ เพื่อส่งเสริมการค้าและการลงทุน ระหว่างสมาชิก เพื่อพัฒนาอุตสาหกรรมคอมพิวเตอร์และบริการในภูมิภาค

          กิจกรรมของ ASOCIO จะจัดขึ้นทุกปีในเขตเศรษฐกิจของสมาชิกที่แตกต่างกันหมุนเวียนกันไป มีตั้งแต่การ  จัดทำรายงานการวิจัยในเรื่องที่เป็นประโยชน์กับสมาชิก  การจัดนิทรรศการ การมอบรางวัลให้กับองค์กรที่มีการพัฒนาและประสบความสำเร็จในการใช้ดิจิทัลที่โดดเด่น  การจัดประชุมสัมมนา  และการประชุมระดับรัฐมนตรีของ ASOCIO ซึ่งเป็นการประชุมที่สำคัญของภูมิภาค โดยจัดให้มีแพลตฟอร์มสำหรับรัฐบาลและอุตสาหกรรมในการแลกเปลี่ยนข้อมูลและพัฒนาความสัมพันธ์ที่ใกล้ชิดยิ่งขึ้น และที่สำคัญที่สุดคือการสร้างโอกาสทางธุรกิจใหม่ๆให้เกิดขึ้นระหว่างสมาชิก

          ในปีนี้ สมาพันธ์ ASOCIO  ได้พิจารณาเห็นชอบให้มอบรางวัล ASOCIO 2023 ICT Awards ให้กับองค์กรของประเทศไทยที่มีการพัฒนาและประสบความสำเร็จในการใช้ดิจิทัลที่โดดเด่น มาบริหารจัดการองค์กรได้อย่างมีประสิทธิภาพ  สมาคมอุตสาหกรรมเทคโนโลยีสารสนเทศไทย (ATCI) ซึ่งเป็นสมาชิกของสมาพันธ์ ASOCIO  ใคร่ขอแสดงความยินดีให้กับองค์กรไทยทั้ง 8 องค์กรที่ได้รับรางวัล ในแต่ละสาขา ดังนี

          Categoryองค์กร
Outstanding Tech Company Awardบริษัท ยิบอินซอย จำกัด
Digital Transformation Awardคณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล มหาวิทยาลัยมหิดล
Digital Government Awardสำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (สำนักงาน กสทช.)
EdTech Awardบริษัท ลานนาคอม จำกัด
HealthTech Awardโรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์
ybersecurity Awardบริษัท ไซเบอร์ตรอน จำกัด
ESG Awardบริษัท น้ำตาลมิตรผล จำกัด
Start-Up Awardบริษัท วัน อิเล็กทรอนิกส์ บิลลิ่ง จำกัด (มหาชน)

การมอบรางวัลในปีนี้ ได้จัดขึ้น ในวันที่ 14 พฤศจิกายน 2566 เวลา 18.30 น. ณ Westin Josun Hotel Seoul กรุงโซล ประเทศเกาหลีใต้ ในการประชุม ASOCIO Digital Summit 2023 ระหว่างวันที่ 13 – 15 พฤศจิกายน 2566

ASOCIO 2023 Awards (ให้รายละเอียดโดยย่อ)

บริษัท ยิบอินซอย จำกัด

ยิบอินซอย  ประสบความสำเร็จในระดับนานาชาติ คว้ารางวัลอันทรงเกียรติ  ASOCIO 2023 ICT Award ในสาขา Outstanding Tech Company Award  จากสมาพันธ์  ASOCIO มอบให้กับองค์กรของประเทศสมาชิกที่มีการนำเทคโนโลยีสารสนเทศและดิจิทัลเทคโนโลยี เช่น Blockchain, IoT, AI, Robotics, Big Data, Cyber Security & Cloud based solutions มาใช้ในการพัฒนาการให้บริการด้านต่างๆ และการบริหารขององค์กรได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดดเด่น และประสบผลสำเร็จ

ด้วยรางวัลอันทรงเกียรติ ASOCIO 2023 ICT Award ในสาขา Outstanding Tech Company Award ที่ยิบอินซอยได้รับในครั้งนี้ เป็นความสำเร็จที่ยิ่งใหญ่ของบริษัทไอทีไทยที่มีประสบการณ์ในอุตสาหกรรมไอทีมา 97 ปี โดยก่อตั้งขึ้นในปีพ.ศ. 2469  และขยายตัวเติบโตต่อเนื่องมาโดยตลอด โดยในปัจจุบันยิบอินซอยมีพนักงานมากกว่า 1,500 คนและจัดตั้งศูนย์บริการแล้วกว่า 32 ที่ทั่วประเทศไทยและในเขตประเทศแถบเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

ความสำเร็จและผลงานที่ผ่านมาของบริษัท ยิบอินซอยได้มีส่วนร่วมในการเปลี่ยนแปลงเข้าสู่ความเป็นดิจิทัลและผลักดันโครงการที่มุ่งเน้นการปฏิรูปทางดิจิทัลและการปรับปรุงให้ทันสมัยหลากหลายโครงการ โดยพิสูจน์ได้จากประวัติธุรกิจและบันทึกความสำเร็จในกลุ่มธุรกิจด้านการธนาคาร อุตสาหกรรมการผลิต การค้าปลีก โทรคมนาคม และในหน่วยงานราชการ และมุ่งมั่นที่จะรักษาความพึงพอใจของลูกค้าและได้ปรับปรุงธุรกิจให้สอดคล้างกับมาตรฐานคุณภาพหลากหลายรูปแบบ

พร้อมทั้งในเรื่อง “ระบบบริหารการเงินการคลังภาครัฐแบบอิเล็กทรอนิกส์” หรือระบบ GFMIS ถือเป็นโครงการวาระสำคัญของประเทศไทยและเป็นโครงการโดดเด่นที่ยิบอินซอยได้มีโอกาสเข้าร่วม นอกจากนี้ยิบอินซอย มีความเชี่ยวชาญในการบริหารจัดการความเสี่ยงทางการเงินและได้สร้างนวัตกรรม IFRS9 (lite version) ภายในบริษัทฯ ด้วย ท้ายสุดนี้ยิบอินซอยเชื่อมั่นในการดำเนินธุรกิจที่คำนึงถึงสิ่งแวดล้อม สังคม การบริหารจริยธรรม และการเติบโตอย่างมีส่วนร่วม โดยมุ่งเน้นการเดินหน้าธุรกิจหลักสู่กระแสแห่งความยั่งยืนที่แท้จริง

คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล มหาวิทยาลัยมหิดล

“ต้นแบบโรงพยาบาลอัจฉริยะด้วยเทคโนโลยีเครือข่าย 5G และระบบปัญญาประดิษฐ์”

“ต้นแบบโรงพยาบาลอัจฉริยะด้วยเทคโนโลยีเครือข่าย 5G”

1.ระบบการแพทย์ฉุกเฉินอัจฉริยะ ด้วยเทคโนโลยีเครือข่าย 5G และระบบปัญญาประดิษฐ์

2.ระบบห้องฉุกเฉินอัจฉริยะ ด้วยเทคโนโลยีเครือข่าย 5G และระบบปัญญาประดิษฐ์

3.ระบบการวินิจฉัยทางพยาธิวิทยา ด้วยปัญญาประดิษฐ์ ผ่านเครือข่าย 5G

4.ระบบผู้ช่วยการดูแลและสร้างเสริมสุขภาพรายบุคคล สำหรับผู้ป่วยโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง ด้วยระบบปัญญาประดิษฐ์ ผ่านเครือข่าย 5G

5.ระบบทำนายปริมาณการใช้และการจัดการสินค้าคงคลัง ด้วยระบบปัญญาประดิษฐ์ (AI) ผ่านเครือข่าย 5G

6.ระบบเวชระเบียนกลางด้วยเทคโนโลยีบล็อกเชน

7.ระบบขนส่งกลางด้วยรถไร้คนขับ 5G

8.จัดหาอุปกรณ์ติดตั้งระบบ Multi-access Edge computing (MEC)

9.ระบบคลาวน์แบบไฮบริด (Hybrid Cloud Infrastructure)

สำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (สำนักงาน กสทช.)

การเข้าสู่ยุคดิจิทัล (Digital Era) ทำให้โลกเราหมุนเร็วกว่าที่เคย มีนวัตกรรมใหม่ ๆ เข้ามาเปลี่ยนแปลงโลกมากมาย ส่งผลต่อการเปลี่ยนแปลงของสภาพแวดล้อมทั้งในเชิงเศรษฐกิจและสังคมรวมถึงกฎหมายและระเบียบต่าง ๆ การยกระดับการให้บริการของสำนักงาน กสทช. จึงเป็นสิ่งจำเป็นที่ต้องดำเนินการเพื่ออำนวยความสะดวกให้ประชาชนสามารถรับบริการจากสำนักงาน กสทช. ได้แบบทุกที่ทุกเวลา ช่วยลดระยะเวลาในการรับบริการของประชาชน ลดภาระค่าใช้จ่ายเรื่องการเดินทาง สำนักงาน กสทช.ได้ดำเนินการพัฒนาแพลตฟอร์มกลางที่เรียกว่า NBTC Service Portal ภายใต้หลักการ “คนเป็นศูนย์กลาง (User Centric)” ผ่านรับฟังความคิดเห็น Pain point ความต้องการของบุคลากรที่เกี่ยวข้องมาออกแบบแพลตฟอร์มกลาง NBTC Service Portal เป็นแพลตฟอร์มกลางที่ให้บริการประชาชนแบบ End-To-End Service ตั้งแต่ขั้นตอนการเลือกบริการ ยืนยันตัวตน กรอกข้อมูล แนบเอกสาร แจ้งผลการพิจารณา ชำระเงิน และการออกใบอนุญาตอิเล็กทรอนิกส์ โดยสำนักงาน กสทช. มุ่งมั่นที่จะยกระดับองค์กรไปศุ่การเป็นองค์กรดิจิทัลเต็มรูปแบบเพื่อให้สามารถตอบสนองต่อความต้องการของประชาชนได้อย่างมีประสิทธิภาพและเพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อประชาชน

บริษัท ลานนาคอม จำกัด

จากสถานการณ์โรคระบาดโควิดที่ผ่านมา บริษัทฯ ได้สนับสนุนสถาบันการศึกษามากกว่า 40 มหาวิทยาลัยในประเทศไทยเปลี่ยนผ่านการจัดการเรียนรู้แบบ On-Site มาเป็น Online และ Hybrid โดยอบรมอาจารย์และพนักงานภายในมหาวิทยาลัยมากกว่า 23,000 คนทั่วประเทศไทย และได้พัฒนาบริการและการบูรณาการแพลตฟอร์มจัดการเรียนรู้ดิจิทัลให้ทำงานร่วมกับห้องเรียนเพื่อให้บริการสถาบันการศึกษาต่างๆในประเทศไทย โดยปัจจุบันได้ให้บริการระบบสารสนเทศและแพลตฟอร์มจัดการเรียนรู้ให้กับคณาอาจารย์ เจ้าหน้าที่และนักศึกษาจากสถาบันการศึกษาในประเทศไทยมากกว่า 970,000 คนทั่วประเทศไทย

โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์

โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย (King Chulalongkorn Memorial Hospital) เป็นโรงพยาบาลภาครัฐขนาดใหญ่ที่ทันสมัยที่สุดแห่งหนึ่งของประเทศไทย มีหน้าที่ให้บริการทางการแพทย์ รักษาฟื้นฟูสมรรถภาพ ป้องกันโรคและส่งเสริสุขภาพที่ได้มาตรฐาน ตลอดจนมีความร่วมมือกับคณะแพทยศาสตร์แห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ให้การฝึกอบรมและค้นคว้าวิจัยทางการแพทย์เพื่อสร้างความเป็นเลิศทางวิชาการ รพ.จุฬาลงกรณ์ ให้บริการรักษาพยาบาลแก่ผู้ป่วยในทุกๆระบบ แบบครบวงจร ดำเนินงานอย่างมีประสิทธิภาพตามหลักจรรยาบรรณและธรรมาภิบาล ในการเป็น “โรงพยาบาลโรงเรียนแพทย์คุณธรรม” ภายใต้กรอบแนวคิดอัตลักษณ์เชิงคุณธรรมคือ “ซื่อสัตย์ รับผิดชอบ เอื้ออาทร” เป็นสถาบันต้นแบบที่เป็นตัวอย่างอันดีต่อสังคมและประเทศชาติ ปัจจุบันมีศูนย์ความเป็นเลิศ 27 แห่ง ที่คอยขับเคลื่อนนวัตกรรมใหม่ๆให้กับวงการแพทย์

แผนเชิงกลยุทธ์ของรพ.จุฬาลงกรณ์ มุ่งเน้นไปที่การเพิ่มขีดความสามารถทางการแพทย์ การให้บริการการดูแลที่เป็นเลิศ และการรับรองการจัดการที่มีประสิทธิภาพและยั่งยืน ด้วยการนำเทคโนโลยีเข้ามาปรับใช้กับองค์กรอย่างจริงจัง

(Digital Transformation) เป็นการเปลี่ยนแปลงองค์กรเพื่อเข้าสู่ยุคดิจิตอลเต็มรูปแบบ  มีการใช้เวชระเบียนอิเล็กทรอนิกส์และให้บริการแพทย์ทางไกล (Tele-health) ระบบตู้คีออสอัตโนมัติในการตรวจสอบสิทธิการรักษาและออกใบกิจกรรมในวันที่รับบริการ รวมไปถึงมีการพัฒนา mobile application ที่ตัวผู้ป่วยสามารถเข้าถึงข้อมูลรับบริการของตนเอง ส่งผลให้เกิดประสิทธิภาพการให้บริการ ตลอดจนสร้างความพึงพอใจของผู้ป่วยและการเข้าถึงการรักษาอย่างมีนัยสำคัญ ซึ่งสอดคล้องกับวิสัยทัศน์ในการเป็น “โรงพยาบาลอัจฉริยะ (Smart Hospital)” ทำให้รพ.จุฬาลงกรณ์ได้รับการยอมรับในด้านการใช้เทคโนโลยีทางด้านไอทีอย่างสร้างสรรค์ เกิดการเปลี่ยนแปลงในเชิงบวกแก่สังคมปัจจุบัน ซึ่งส่งผลต่อการเข้าถึงบริการสุขภาพที่ดีขึ้น การเปลี่ยนแปลงทางดิจิทัล และความรู้ด้านสุขภาพที่เพิ่มขึ้น

ในอนาคตข้างหน้า KCMH วางแผนที่จะเพิ่มขีดความสามารถด้านดิจิทัล ซึ่งรวมถึงการพัฒนาแอปพลิเคชันการแพทย์ทางไกลที่ครอบคลุมและการบูรณาการ AI/IoT เพื่อพัฒนาการให้บริการด้านการดูแลสุขภาพและผลลัพธ์ของผู้ป่วยต่อไป

บริษัท ไซเบอร์ตรอน จำกัด

บริษัท ไซเบอร์ตรอน จำกัด ก่อตั้งขึ้นในปีพุทธศักราช 2558 จากการร่วมทุนระหว่าง บริษัท เอซิส โปรเฟสชั่นนัล เซ็นเตอร์ จำกัด (ACIS) ซึ่งมีพื้นฐานและเป็นผู้นำในการให้บริการด้านความมั่นคงปลอดภัยสารสนเทศ (Information Security) มาอย่างยาวนานกว่า 20 ปี ครอบคลุมบริการทั้งด้านการฝึกอบรมและบริการที่ปรึกษา ร่วมกับ บริษัท เจเนอรัล อิเลคทรอนิค คอมเมอร์ซ เซอร์วิสเซส จำกัด (GEC) และ บริษัท ซินเน็ค อินคิวท์เบชั่น จำกัด

ไซเบอร์ตรอน มุ่งมั่นให้บริการเพื่อยกระดับความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ของผู้ใช้บริการได้อย่างครบวงจรผ่านบริการ CYBER 911 หรือการเฝ้าระวังและตอบสนองต่อภัยคุกคามทางไซเบอร์ รวมถึงผลิตภัณฑ์ CYBER W.A.R ซึ่งเป็นแพลตฟอร์ต (Simulation Platfrom) สำหรับการเรียนรู้และฝึกทักษะด้านความปลอดภัยไซเบอร์อย่างต่อเนื่องให้แก่บุคลากรในทุกมิติ ผ่านการจำลองสถานการณ์จริงด้วยระบบคอมพิวเตอร์บนเครือข่ายเสมือน ซึ่งสามารถจำลองสถานการณ์สำหรับการฝึกปฏิบัติผ่านโจทย์ต่างๆ ครอบคลุมทั้งด้าน Offensive, Defensive, Audit และ Forensic เหมาะสำหรับการฝึกปฏิบัติแบบผู้ใช้งานคนเดียว (Single User Mode) และแบบผู้ใช้งานหลายคน (Multi-User Mode) ร่วมกับระบบจัดเก็บและประเมินผลการเรียนรู้ มีระบบการให้คะแนนที่ยืดหยุ่น สามารถปรับเปลี่ยนได้ตามต้องการ อีกทั้งยังสามารถใช้เป็นเครื่องมือในการจัดการแข่งขัน (Cyber Contest) ได้อย่างมีประสิทธิภาพ สอดคล้องตามมาตรฐานสมรรถนะของ National Cybersecurity Workforce Framework

ซึ่งที่ผ่านมา ไซเบอร์ตรอนได้นำผลิตภัณฑ์ Cyber W.A.R. ไปให้บริการแก่หน่วยงานด้านความมั่นคง ธนาคาร สถาบันการเงิน การประกันภัย ตลอดจนผู้เชี่ยวชาญซึ่งเข้ารับการฝึกอบรมหลักสูตรความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ระดับผู้เชี่ยวชาญ ในโครงการเร่งรัดพัฒนาบุคลากรด้านความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ โดย สำนักงานคณะกรรมการการรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์แห่งชาติ (สกมช.) อีกทั้งยังได้รับรางวัล Thailand ICT Excellence Awards 2017 ประเภทโครงการนวัตกรรม (Innovation Projects) เพื่อยกย่องหน่วยงานที่มีความคิดสร้างสรรค์ในการออกแบบกระบวนงาน หรือรูปแบบธุรกิจโดยมีโครงสร้างพื้นฐาน ICT สนับสนุน

ในครั้งนี้ ไซเบอร์ตรอนรู้สึกภาคภูมิใจที่สมาคมอุตสาหกรรมเทคโนโลยีสารสนเทศไทย (ATCI) ได้พิจารณาคัดเลือกและเสนอชื่อไซเบอร์ตรอนเพื่อเข้ารับรางวัล ASOCIO 2023 ICT Award ในสาขา Cybersecurity Award ณ กรุงโซล ประเทศเกาหลีใต้เมื่อวันที่ 14 พฤศจิกายน 2566 ที่ผ่านมา

.

บริษัท น้ำตาลมิตรผล จำกัด

กลุ่มมิตรผล รับรางวัล ASOCIO ICT Awards ประเภท Environmental-Social-Governance (ESG) จากสมาพันธ์อุตสาหกรรมคอมพิวเตอร์และบริการในภูมิภาคเอเชีย-โอเชียเนีย (ASOCIO) ภายในงานสัมมนาประจำปีที่จัดขึ้น ณ กรุงโซล สาธารณรัฐเกาหลี ระหว่างวันที่ 13-15 พฤศจิกายน 2566 จากผลการดำเนินงานของการจัดการไร่อ้อยสมัยใหม่ “มิตรผลโมเดิร์นฟาร์ม” ที่กลุ่มมิตรผลได้นำระบบเทคโนโลยีสารสนเทศเข้ามาปรับใช้เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการจัดการไร่อ้อยในทุกขั้นตอนให้มีความแม่นยำมากขึ้น อาทิ เทคโนโลยี GPS, ระบบฐานข้อมูล Cane MIS และแอพพลิเคชั่น FarmPro โดยกลุ่มมิตรผล ได้ถ่ายทอดองค์ความรู้และแนวทางดังกล่าวให้กับเกษตรกรชาวไร่อ้อยคู่สัญญา ส่งผลให้เกษตรกรมีผลผลิตและรายได้เพิ่มขึ้น ช่วยลดต้นทุนสร้างความมั่นคงทางวัตถุดิบให้กับภาคเกษตรไทย

อีกทั้งยังเป็นการส่งเสริมการทำเกษตรด้วยระบบชีววิถี และการตัดอ้อยสด ซึ่งเป็นการสร้างการเปลี่ยนแปลงเชิงบวก ด้วยนโยบายของกลุ่มมิตรผลซึ่งเป็นผู้ผลิตน้ำตาลรายใหญ่อันดับที่ 3 ของโลก ที่ต่อยอดสู่ธุรกิจพลังงานทดแทน ธุรกิจวัสดุทดแทนไม้ ธุรกิจปุ๋ย และธุรกิจไบโอเบส ด้วยแนวคิด “เปลี่ยนแปลงสิ่งที่เหลือทิ้งให้เป็นสิ่งที่ีมีคุณค่า” จากความมุ่งมั่นในการพัฒนาเพื่อสร้างความยั่งยืนให้กับเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน  

บริษัท วัน อิเล็กทรอนิกส์ บิลลิ่ง จำกัด (มหาชน)

การได้รับรางวัลอันทรงเกียรติ ASOCIO 2023 Start-Up Award ถือเป็นเครื่องพิสูจน์ถึงความมุ่งมั่นสู่ความเป็นเลิศอย่างไม่หยุดยั้งของ บริษัท วัน อิเล็คทรอนิกส์ บิลลิง จำกัด (มหาชน) ด้วยเทคโนโลยีที่ทันสมัยภายใต้ระบบ etax.one.th ความมุ่งมั่นในการเปลี่ยนแปลงอุตสาหกรรมใบกำกับภาษีอิเล็กทรอนิกส์ผ่านโซลูชั่นที่มีนวัตกรรมและแนวทางที่ยึดลูกค้าเป็นศูนย์กลาง ดังตัวอย่างที่ etax.one.th ได้รับความไว้วางใจและการยอมรับในวงกว้างให้เป็นผู้นำด้านโซลูชั่นใบกำกับภาษีอิเล็กทรอนิกส์ในประเทศไทย เราทุ่มเทและอุทิศตนในการกำหนดมาตรฐานใหม่ สร้างการเติบโตให้กับองค์กรและอุตสาหกรรม เสริมศักยภาพของพนักงานให้มีวัฒนธรรมแห่งนวัตกรรมและการทำงานร่วมกัน รวมทั้งสร้างความเป็นผู้นำที่มีวิสัยทัศน์ที่จะขับเคลื่อนเราไปข้างหน้าอยู่เสมอ เรารู้สึกเป็นเกียรติอย่างยิ่งที่ได้รับรางวัลนี้ ซึ่งเป็นการตอกย้ำจุดยืนของเราในฐานะผู้บุกเบิกในการร่วมกำหนดอนาคตของอุตสาหกรรมใบกับกำภาษีอิเล็กทรอนิกส์

ATCI ประกาศความสำเร็จผลงานเทคโนโลยีดิจิทัลไทยคว้ารางวัลเวทีนานาชาติ (APICTA 2023)

สมาคมอุตสาหกรรมเทคโนโลยีสารสนเทศไทย (ATCI) ประกาศความสำเร็จหลังผลงานด้านเทคโนโลยีดิจิทัลไทยคว้ารางวัลในเวที Asia Pacific ICT Alliance (APICTA) 2023 ณ ฮ่องกง โดยผลงานประเทศไทยขึ้นเป็นอันดับ 2 จาก 16 กลุ่มประเทศ

คุณสุภัค  ลายเลิศ นายกสมาคมเทคโนโลยีสารสนเทศไทย กล่าวว่า “ในการแข่งขัน Asia Pacific ICT Alliance (APICTA) เวทีการแข่งขันเพื่อเฟ้นหาผลงานทางด้านเทคโนโลยีดิจิทัลดีเด่นในระดับเอเชียแปซิฟิค โดยในปี 2023 จัดขึ้น ณ ฮ่องกง ประเทศไทยได้ร่วมส่งผลงานเข้าประกวด 24 ผลงาน โดยผลงานการแข่งขันตัวแทนประเทศไทยได้รับรางวัลชนะเลิศ 4 ผลงาน และรางวัลรองชนะเลิศ 8 ผลงาน ผลรางวัลรวมประเทศไทยอยู่ในอันดับ 2 จาก 16 กลุ่มประเทศ ขอขอบคุณผู้เข้าร่วมแข่งขันทุกทีมที่มีความตั้งใจในการพัฒนาผลงานที่โดดเด่น เพื่อสร้างชื่อเสียงให้ประเทศไทย”

ผลงานของประเทศไทยรับรางวัล Asia Pacific ICT Alliance (APICTA) 2023    

1.       หมวด Inclusion and Community Services

–         รางวัลชนะเลิศ บริษัท พรีซีชั่นไดเอทซ์ จำกัด ชื่อผลงาน DIETZ, seamless telemedicine for hospitals.

Dietz เป็นแพลทฟอร์มการแพทย์ทางไกลสำหรับสถานพยาบาลครบวงจร เชื่อมต่อกับระบบสารสนเทศโรงพยาบาล ช่วยโรงพยาบาลรัฐและเอกชนดูแลคนไข้ผ่านออนไลน์ได้มีประสิทธิภาพ และปลอดภัย ปัจจุบันมีโรงพยาบาลใช้งานมากกว่า 200 แห่ง จำนวนผู้ป่วยมากกว่า 200,000 คน

2.       หมวด Business Services                

สาขาย่อย Professional Services Solutions

–         รางวัลรองชนะเลิศ AppMan Co., Ltd. ชื่อผลงาน Background Checker

Background Checker เทคโนโลยียืนยันตัวตนบนช่องทางอิเล็กทรอนิกส์ และบริการตรวจสอบประวัติอาชญากรรมผ่านช่องทางดิจิทัล ช่วยลดภาระการทำงาน โดยทุกขั้นตอน ตั้งแต่การยืนยันตัวตน การเซ็นต์เอกสารยินยอม ไปจนถึงการรอรับผลการตรวจสอบเป็นสำเนาเอกสารราชการจากตำรวจและระบบยุติธรรมในรูปแบบดิจิทัล ทั้งหมดสามารถดำเนินการได้แล้วเสร็จภายใน 48 ชั่วโมง นอกจากนั้นยังรองรับบริการตรวจสอบประวัติการทำงาน รวมถึงบุคคลล้มละลายได้อีกด้วย

สาขาย่อย ICT Services Solutions

–         รางวัลรองชนะเลิศ Blendata Co., Ltd. ชื่อผลงาน Blendata Enterprise

Blendata Enterprise ถูกสร้างขึ้นเพื่อแก้เพนพ้อยท์ของธุรกิจด้าน Big Data ครบทุกมิติ ด้วยจุดเด่นที่สามารถรวบรวมข้อมูลที่กระจัดกระจายในองค์กรไว้ในแพลตฟอร์มเดียว พร้อมจัดการข้อมูลที่ซับซ้อนให้อยู่ในรูปแบบที่พร้อมใช้งาน รวมถึงสามารถวิเคราะห์และประมวลผลข้อมูลได้อย่างรวดเร็วด้วย Big Data และ AI และยังมีทีมงานผู้เชี่ยวชาญคอยให้บริการและให้คำแนะนำอีกด้วย ทำให้ Blendata Enteprise เป็นแพลตฟอร์มที่ทุกองค์กรสามารถเข้าถึง วิเคราะห์ บริหารจัดการและใช้งานข้อมูลขนาดใหญ่ ด้วยระบบที่ใช้งานง่าย รองรับการทำงานแบบ No-Code/Low-Code ไม่จำเป็นต้องมีผู้เชี่ยวชาญจำนวนมากก็สามารถใช้งานได้ พร้อมเทคโนโลยีที่หลากหลาย ตั้งแต่ Data Integration, Data Management, Data Processing & Analytics, และ Data Utilization & Application ที่ถูกรวบรวมไว้แล้วในแพลตฟอร์มเดียว เป็นโซลูชันที่ปรับใช้ได้กับอุตสาหกรรมที่หลากหลาย ตอบโจทย์ลูกค้าอย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพด้วยค่าใช้จ่ายที่เหมาะสม ช่วยให้องค์กรสามารถตอบสนองทุกภารกิจด้านข้อมูลและยกระดับองค์กรสู่การเป็น Data-Driven Organization ได้อย่างมีประสิทธิภาพ

3.       หมวด Industrial

–         รางวัลรองชนะเลิศ One Ten Plus Co., Ltd. ชื่อผลงาน BeaRiOT: Shopfloor IoT Solution

BeaRiOt Shopfloor IoT Solution  เพื่อติดตามและเฝ้าระวังการใช้พลังงาน ( Energy Management System) และนำไปสู่การลดก๊าซที่ทำให้เกิดภาวะเรือนกระจก ปรับการซ่อมบำรุงแบบเดิมไปสู่การซ่อมบำรุงเชิงพยากรณ์ (Predictive Maintenance) เพื่อลดการใช้อะไหล่ในการซ่อมบำรุง การสูญเสียจากเครื่องจักรที่เสียหายเป็นต้น  ซึ่งทั้งนี้ Hybird IoT Solution ทางบริษัทได้พัฒนาต่อยอดมาจาก แพลตฟอร์ม IoT Design (Industrial IoT Platform)  จากสถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง และแพลตฟอร์ม IIoT ที่ได้พัฒนานั้นได้ทดสอบใช้จริงกับโรงงานแล้ว และมีความพร้อมนำมาต่อยอดเป็นผลิตภัณฑ์และบริการ และจะช่วยยกระดับอุตสาหกรรมทั้งขนาดเล็กและขนาดกลางให้สามารถเข้าถึงเทคโนโลยี IIoT ที่สามารถตอบโจทย์ทั้งด้านคุณภาพและราคา

4.       Cross Category: Start Up              

–         รางวัลรองชนะเลิศ BOOKOLA Co., Ltd. ชื่อผลงาน BOOKOLA AI Chatbot

BOOKOLA เพิ่มยอดจองผ่านโซเชียลมีเดียสำหรับโรงแรมและรีสอร์ต เราพัฒนา AI Chatbot              ที่เชี่ยวชาญในหัวข้อโรงแรมถึง 98% ให้ข้อมูลลูกค้า ปิดการขายด้วย Booking Engine และ Payment Gateway ตลอด 24 ชม. รวมไปถึงการเก็บข้อมูลให้โรงแรมนำไปพัฒนาประสบการณ์การเข้าพัก

5.       Technology Award: Internet of Things               

–         รางวัลชนะเลิศ One Ten Plus Co., Ltd. ชื่อผลงาน BeaRiOT: Shopfloor IoT Solution

BeaRiOt Shopfloor IoT Solution  เพื่อติดตามและเฝ้าระวังการใช้พลังงาน ( Energy Management System) และนำไปสู่การลดก๊าซที่ทำให้เกิดภาวะเรือนกระจก ปรับการซ่อมบำรุงแบบเดิมไปสู่การซ่อมบำรุงเชิงพยากรณ์ (Predictive Maintenance) เพื่อลดการใช้อะไหล่ในการซ่อมบำรุง การสูญเสียจากเครื่องจักรที่เสียหายเป็นต้น  ซึ่งทั้งนี้ Hybird IoT Solution ทางบริษัทได้พัฒนาต่อยอดมาจาก แพลตฟอร์ม IoT Design (Industrial IoT Platform)  จากสถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง และแพลตฟอร์ม IIoT ที่ได้พัฒนานั้นได้ทดสอบใช้จริงกับโรงงานแล้ว และมีความพร้อมนำมาต่อยอดเป็นผลิตภัณฑ์และบริการ และจะช่วยยกระดับอุตสาหกรรมทั้งขนาดเล็กและขนาดกลางให้สามารถเข้าถึงเทคโนโลยี IIoT ที่สามารถตอบโจทย์ทั้งด้านคุณภาพและราคา

6. หมวด Student Project     

สาขาย่อย Junior Student

–         รางวัลชนะเลิศ โรงเรียนกรุงเทพคริสเตียนวิทยาลัย ชื่อผลงาน Bok Box

เป็นหุ่นยนต์ที่ถูกออกแบบขึ้นมาใหม่ให้ใช้งานง่าย รวมถึงเราได้ออกแบบเป็นสื่อการเรียนการสอน ในเรื่องของวงจร และการเขียนโปรแกรม รวมทั้งมี Application ที่ใช้ควบคู่กับหุ่นยนต์ Box Box เป้าหมายสำคัญเพื่อเป็นสื่อกลางในการเรียนการสอนหุ่นยนต์และส่งเสริมการเรียนรู้ของเด็ก ๆ ในด้านหุ่นยนต์ รวมทั้งรูปแบบสื่อการสอนการเขียนโปรแกรมของเราเผยแพร่ทางออนไลน์ สามารถเข้ามาเรียนรู้ได้ฟรีไม่มีค่าใช้จ่ายรางวัลรองชนะเลิศ โรงเรียนปรินส์รอยเเยลส์วิทยาลัย ชื่อผลงาน PasX+ (personal analysis snoring)

–         รางวัลรองชนะเลิศ โรงเรียนขจรเกียรติศึกษา ชื่อผลงาน ระบบแจ้งเตือนการหลับในและการละสายตาของผู้ขับขี่รถยนต์แบบ Real-Time

–         รางวัลรองชนะเลิศ โรงเรียนปรินส์รอยเเยลส์วิทยาลัย ชื่อผลงาน PasX+ (personal analysis snoring)

สาขาย่อย Senior Student

–         รางวัลชนะเลิศ โรงเรียนกรุงเทพคริสเตียนวิทยาลัย ชื่อผลงาน FitnessForge

An application and equipment set for preventing and alleviating the symptoms of Office Syndromethrough stretching and exercise.

–         รางวัลรองชนะเลิศ โรงเรียนปรินส์รอยเเยลส์วิทยาลัย ชื่อผลงาน EIPCA : Electrocardiogram Interpretation Pattern for Cardiovascular Abnormalities prediction

–         รางวัลรองชนะเลิศ โรงเรียนปรินส์รอยเเยลส์วิทยาลัย ชื่อผลงาน RECiSE (Retinal Examination App and Device for Cataract Screening in the Elderly with Artificial Intelligence)

Check Also

จดหมายชี้แจงเรื่องข่าวการปรับลดพนักงานโตชิบา ประเทศญี่ปุ่นไม่ส่งผลกระทบกับการดำเนินธุรกิจของโตชิบา ไทยแลนด์ 

ตามที่ได้มีรายงานข่าวเมื่อวันที่ 17 เมษายน 2567 จากสำนักข่าวต่างๆ ทั้งในประเทศญี่ปุ่นและประเทศไทย เกี่ยวกับข่าว “บริษัท โตชิบา คอร์ปอเรชัน จำกัด เตรียมปรับโครงสร้าง โดยมีแผนปรับลดจำนวนพนักงาน 5,000 คน หรือประมาณ 7% ของพนักงานในญี่ปุ่น” นี่เป็นอีกครั้งที่บริษัท โตชิบา ไทยแลนด์ จำกัด ขอเรียนชี้แจงว่า การปรับโครงสร้างดังกล่าวไม่ส่งผลกระทบใดๆ กับการดำเนินธุรกิจของบริษัท โตชิบา ไทยแลนด์ จำกัด แต่อย่างใด